ครม.อนมัติ ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดีที่มีหลายคนติดตามและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังมีรายงานด่วนว่า ครม.อนมัติ ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. ในวันนี้  มีการอนุมัติหลายโครงการ โดยเฉพาะมาตรการเยียวยาและดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 ร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง

ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

1)มาตรการเสริมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชน

2)มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน การลดหย่อนเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน เพิ่มสิทธิประโยชน์ การว่างงาน ฯลฯ

3)มาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าอินเตอร์เน็ต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติ การเยียวยารายได้จากผลกระทบCovid-19 ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมไปถึงแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเกษตรกร คนละ 3,500 บาท/เดือน เป็นเวลา 2 เดือน โดยได้สั่งการให้กระทรวงการคลังไปจัดทำรายละเอียดแล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในสัปดาห์หน้า พร้อมกับเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งรอบเก็บตกอีก 1 ล้านสิทธิ ในช่วงปลายมกราคม 64

ส่วนการลดค่าใช้จ่าย มอบหมายให้กระทรวงการคลังขยายเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและค่าธรรมเนียมการโอน ,ลดค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 2 เดือนของบิลค่าใช้จ่ายเดือนกถมภาพันธ์-มีนาคมนี้ รวมถึงให้ไปหารือกับภาคเอกชนในการลดค่าอินเตอร์เน็ต 3เดือนเพื่อรองรับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และการใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

นอกจากนั้น ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และภาคแรงงานทุกกลุ่ม อีกเรื่องที่ผมจะต้องขอย้ำ คือเรื่องที่รัฐบาลมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลเศรษฐกิจ ในรอบการระบาดใหม่นี้ เพราะเงินกู้ 1ล้านล้านบาท ตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส โคโรน่า เราใช้ไป 5 แสนกว่าล้านบาท ยังเหลือประมาณ 4.9 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ เรายังมีงบกลาง ของงบประมาณ ปี64 อีกประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉินเเละเร่งด่วน รวมกันแล้ว 6 เเสนล้านบาท เรื่องเงินเราไม่มีปัญหา จะใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด และทันการณ์นั่นคือสิ่งสำคัญกว่า

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งมติ ครม.ที่มีหลายคนเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก